ผมกลับมาอยู่เมืองไทยได้สิบกว่าปีแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าผมถูกตัดขาดกับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
เพียงเพราะความ "ไม่สนใจ"(ignorance) ที่ถูกปลูกฝังกันมาในสังคมนี้
การที่นานาชาติพัฒนาเลยจุดที่เรียกว่า "วัตถุนิยม" ไปยังจุดที่เข้าใกล้ "คตินิยม" กลับกับสิ่งที่สังคมนี้กำลังทำอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่เป็นความสุขเพียงชั่วขณะ สิ่งที่แลกมาได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่สิบ กลับถูกมองเห็นว่ามีค่ายิ่งกว่าสิ่งที่ไม่ีเงินตราใดแลกมาได้
สิ่งที่เห็นได้ชัดมากๆ ก็มีไม่กี่อย่าง
หนัง เพลง สิ่งพิมพ์ อะไรพวกที่เป็นวัตถุต่างๆ
ถึงแม้จะมีอยู่เกลื่อนก็จริง และถึงแม้ว่าจะมีหลากหลายก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะมีครบ
วันนี้เรามาเริ่มที่หนังก่อน
หนังหรือภาพยนต์เมืองนอกดีๆ ที่คนไทยไม่ดูนั้นมีอยู่ประเภทเดียว คือเป็นแนวที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์
เป็นแนวที่เมื่อดูแล้วจะรู้สึกสนุก เศร้า ดีใจ แต่ผู้สร้างมีความนัยแฝงไว้มากกว่าอารมณ์ชั่วขณะที่ผู้ชมรับรู้ไปพร้อมกับผู้แสดง
คือหากเพียงแค่ดูแล้วปล่อยให้มันผ่านไป มันก็จะเป็นเพียงแค่ "หนังอีกเรื่องหนึ่ง" ที่เคยดูแล้ว
แต่ถ้ากลับมาคิดดูดีๆ คิดถึงเนื้อเรื่อง คิดถึงการบรรยายเรื่อง คิดในแง่สังคม คิดในแง่วิทยาศาสตร์ คิดในแง่มนุษย์
มันจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่จะทำ
คนส่วนใหญ่เมื่อดูหนังแนวนี้แล้วจะบอกว่า "ดูไม่รู้เรื่อง"
ก็แน่ล่ะ สาเหตุเพราะอะไรกลับไปอ่านได้ในข้อความข้างต้น
แต่ถ้าอ่านแล้วยังไม่รู้อีกก็ขอความกรุณากดที่ปุ่มแดงๆ ที่มีกากบาทตรงด้านขวาบนได้เลย
เรื่องแรกที่จะมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นเรื่องที่หาตามร้านขาย DVD แทบไม่ได้
ผมเองก็ยังหาไม่ได้ เป็นเพราะคนไทย "ไม่ดู"
CHILDREN OF MEN (*****)
Director - Alfonso Cuarón
Cast - Clive Owen, Maria McErlane, Michael Haughey, Paul Sharma
บทความต่อจากนี้เผยเนื้อเรื่องบางส่วนของหนัง หากกลัวเสียอรรถรสควรปิดหน้านี้แล้วไปหาซื้อมาดูซะ
เรื่องของเราเริมต้นเมื่อวันหนึ่ง มนุษย์ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก โดนแทงจนตาย เพียงเพราะเขาไม่ยอมแจกลายเซ็นต์...
เขาเกิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ.2009 มีอายุรวม 18 ปี 4 เืดือน 20 วัน 16 ชั่วโมงกับอีก 8 นาที...
การคงอยู่ของมนุษยชาติไม่มีความหมายอีกต่อไป เพศหญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
สงครามก่อการร้ายทวีความรุนแรง ชาวมุสลิมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อก่าร้าย มัสยิดทั่วโลกถูกเฝ้าจับตามองว่าเป็นแหล่งก่อการร้าย ศูนย์กลางแห่งความชั่วทั้งมวล
เมืองใหญ่ๆ ในทุกทวีปถูกทำลายล้าง เหลือแต่ซากปรักหักพังของตึกราบ้านช่อง ที่ครั้งหนึ่งเต็มไปด้วยผู้คน...
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้รวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อก่อตั้งโครงการ "The Human Project" เพื่อศึกษาหาทางแก้ไขปัญหาการดำรงค์อยู่ของมนุษยชาติ
ความหวัง...
"หวังไปเพื่ออะไร ในเมื่ออีกไม่กี่สิบปีทุกอย่างก็จบลง..."
"เมื่อเสียงในสนามเด็กเล่นค่อยๆ จางหายไป ความสิ้นหวังก็เข้ามาแทนที่ แปลกดีนะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกที่ไม่มีเสียงเด็กๆ"
หวัง...
หญิงสาวผู้หนึ่ง ได้จุดประกายความหวังนั้นขึ้นมาอีกครั้ง...
เธอท้อง...
ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้เธอไปถึง "The Human Project" ได้
แถบใต้ของเกาะอังกฤษถูกกั้นเป็นสถานกักกันผู้อพยพจากทั่วยุโรป
พวกผู้อพยพเองก็อยากได้ตัวเด็ก เพราะเชื่อว่าเป็น "ผู้ไถ่บาป" "The Messiah"
การผจญภัยเริ่มขึ้นท่ามกลางหายนะของมนุษยชาติ
ความหวังเดียวแห่งการอยู่รอดของมวลมนุษย์ ผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงหนึ่งคน เด็กหนึ่งคน
เป็นหนังที่เล่าถึงความ "น่าจะเป็น" ที่โลกกำลังเผชิญอยู่
ทั้งแง่ปรัชญา การเมือง สังคม ทหาร การก่อการร้าย ฯลฯ
อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาใน "ปัจจุบัน" ที่เป็นอยู่ได้อย่างลงตัว
"โลกที่ไม่มีเด็ก" เปรียบได้กับ "พวกผู้ใหญ่ที่ไม่เคยคิดสนใจเด็ก"
พูดเองปาวๆ ว่า "เด็กคืออนาคต"
แต่ถ้าเด็กไม่มี "ปัจจุบัน" แล้วอนาคตจะมีความหมายอะไร??
ขอให้ทุกท่านลองไปหามาดูครับ แล้วตัดสินเอาเองว่า "สิ่งที่เป็นอยู่" กับสิ่งที่ "ควรจะเป็น" คืออะไร
หนังนี้ไม่สมควรได้รับคำสรรเสริญนอกจากว่าคำสรรเสริญนั้นมาจากตัวท่านเอง